ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไข้สมองอักเสบ - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 17, 2018, 05:25:26 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 163
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคไข้สมองอักเสบ เจอี (Japanese Encephalitis)
โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี เป็นยังไง ไข้สมองอักเสบ (encephalitis) คือ การอักเสบของเนื้อสมอง หรือเฉพาะที่บางส่วน เนื่องมาจากเนื้อสมองอยู่ชิดกับเยื่อหุ้มสมอง ก็เลยบางทีอาจพบการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมกับการอักเสบของสมองได้ด้วย  โดยโรคไข้สมองอักเสบอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยมากมักจะมีสาเหตุจากการติดเชื้อจากเชื้อไวรัส โดยสามารถเกิดได้จากเชื้อไวรัสหลายแบบหรือบางทีบางทีอาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนของโรคหัด คางทูม ไข้สุกปลั่ง แต่ไข้สมองอักเสบชนิดที่อันตราย/รุนแรงที่ทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้เป็นโรคไข้สมองอักเสบ เจอี(Japaneseencephalitis, JE) พบได้ทั่วไปที่สุดในทวีปเอเชียรวมถึงเมืองไทยและก็บางส่วนของแปซิฟิกตะวันตก โดยมากชอบพบการเกิดโรคในฤดูฝน แต่ว่าในแม้กระนั้นล่ะประเทศจะพบช่วงเวลาที่มีการกำเนิดโรคได้แตกต่างซึ่งเจอได้ตลอดทั้งปี โดยในรอบๆแหล่งระบาดมักจะพบในคนไข้อายุน้อยกว่า 15 ปี เหตุเพราะในคนแก่จะมีภูมิคุ้มกันอยู่ก่อนแล้ว  แม้กระนั้นถ้าหากเป็นบริเวณที่ไม่เคยกำเนิดโรคมาก่อนก็จะพบในกลุ่มของคนที่แก่สูงมากขึ้นได้
โรคไข้สมองอักเสบเจอี เป็นโรคที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตและก็เป็นโรคสุดที่รักษายาก ที่สำคัญเมื่อเป็นแล้วมีอัตราการตายสูง ถ้าเกิดรอดชีวิตมักมีความพิกลพิการหรือไม่ปกติทางสมองตามมา อัตราเจ็บไข้ตายอยู่ระหว่างร้อยละ 20-30 ราวสองในสามของคนรอดพ้นจากความตาย จะมีความพิกลพิการคงเหลือ ในทวีปเอเชียเจอคนป่วยโรคนี้ประมาณปีละ 30,000-50,000 ราย โรคนี้เรียกว่า Japanese เนื่องด้วยสามารถแยกเชื้อได้จากผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่นคราวแรกเมื่อปี พ.ศ.2468
สาเหตุของโรคไข้สมองอักเสบ เจ อี ด้วยโรคไขสมองอักเสบเจอีเปนโรคที่มีอัตราตาย รวมทั้งความพิกลพิการตามมาสูง ซึ่งสวนใหญมักจะเปนในเด็ก ส่วนเชื้อที่กอโรคไดเอ็ง Japanese encephalitis virus (JEV) ซึ่งเปน arbovirus จัดอยูใน family Flaviviridae, genus Flavivirus โดยมียุงรําคาญ Culex tritaeniorhynchus เปนพาหะนําโรค โรคนี้พบในเขตเมืองนอชูวาชนบท มีอัตราตายรอยละ 10-35 และก็มีอัตราการเกิดความพิกลพิการ ตามมาสูงถึงรอยละ 30-50 โดยไวรัสประเภทนี้ถูกศึกษาและทำการค้นพบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์คนประเทศญี่ปุ่นและก็ได้กระจัดกระจายทั่วๆไปทุกภาคและก็ทุกฤดู ซึ่งประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบเจอี เช่น รอบๆเอเชียใต้ อินเดียและก็ศรีลังกา ตลอดจนประเทศในเอเซียอาคเนย์ แล้วก็ในภาคทิศตะวันออกของประเทศจีน แล้วก็เจอได้ในประเทศ ไต้หวัน ประเทศเกาหลี และก็ประเทศญี่ปุ่น
ปลายคริสตศตวรรษที่ 18 มีการระบาดใหญ่ของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศญี่ปุน โดย ในป พุทธศักราช 2468 สามารถแยกเชื้อไวรัสเจอีไดเปนครั้งแรกจากสมองของผูปวยชายอายุ 19 ปที่มี อาการสมองอักเสบและเสียชีวิตในกรุงเมืองโตเกียว ต่อมาสามารถแยกเชื้อไวรัสไดจากยุงหงุดหงิด Culex และก็มีรายงาน การระบาดของโรคไขสมองอักเสบเจอีในประเทศต่างๆในทวีปเอเชียตามมา ซึ่งนับเป็นปัญหาที่สําคัญที่สุดในบรรดาโรค สำหรับประเทศไทยพบการระบาดทีแรกในป พุทธศักราช 2512 ที่จังหวัดเชียงใหมต่อไปมีการพบผูปวยบ่อยมาแล้วก็มีการระบาดใหญ่เปนครั้งคราว ผู้ปวยโรคนี้สามารถพบไดบอยทางภาคเหนือแล้วก็ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาไดเอ็ง ภาคกึ่งกลาง รวมทั้งภาคใต
ปจจุบันเจอผูปวยโรคไขสมองอักเสบ เจ อี นอยลง เนื่องจากว่ามีการฉีดยาปองกันโรคไขสมอง อักเสบเจอีในเด็กทั้งประเทศ ในป พ.ศ. 2552 สํานักระบาดวิทยาไดรับรายงานผูปวยโรคไขสมองอักเสบรวมทั้งสิ้น 543 ราย คิดเปนอัยี่ห้อปวย 0.86 ตอแสนพลเมือง จําแนกเปนโรคไขสมองอักเสบเจอีจํานวน 106 ราย (รอยละ 19.52) คิดเปนอัยี่ห้อปวย 0.17 ตอแสน ประชากร ไมมีรายงานผูเสียชีวิต  สวนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุนอชูวา 15 ป เจอผูปวยสูงสุดในกลุมอายุยง 0-4 ป คิด เปนอัยี่ห้อปวย 1.1       ตอแสนประชากร รองลงมาคือ กลุมอายุยง 5-9 ป มากมายกวา 15 ป และ 10-14 ป โดยมี อัตราปวย 0.3, 0.09 รวมทั้ง 0.08 ตอแสนมวลชนตามลําดับ กระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ
อาการของโรคไขสมองอักเสบ เจ อี   ไวรัสเจอีนี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแพร่กระจายไปสู่สมองและก็จะทำลายเนื้อสมองตั้งแต่นิดหน่อยไปจนตราบเท่ามากมายก่ายกองนานับประการในแต่ละคน (Japanese encephalitis virus)  โดยส่วนมากผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการ มีเพียงแค่ 1 ใน 300 คนเท่านั้น ที่จะออกอาการ โดยในรายที่ร้ายแรงจะแสดงอาการแบบสมองอักเสบ (encephalitis) โดยมีลักษณะอาการกางงเปน 3 ระยะดังนี้ 1. Prodromal stage ในช่วงนี้ผู้ปวยจะมีลักษณะอาการไขสูงรวมกับอาการออนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไสอ้วก ตอนนี้จะกินเวลาประมาณ 1-6 วัน 2. Acute encephalitic stage ผูปวยยังคงมี ไข้และก็เริ่มมีลักษณะอาการเคืองของเยื่อหุมสมอง มีการเปลี่ยนของระดับความรูสึกตัว มีลักษณะอาการชักเกร็ง สามารถตรวจเจอ pyramidal tract signs, flaccid paralysis และเจอ deep tendon reflex ลดน้อยลงไดรอยละ 10 อาจพบอัมพาตครึ่งซีกแล้วก็ความแปลกของเสน ประสาทสมองได ระยะที่ 1 แล้วก็ 2 ของโรคมักใช้เวลา ไมเกิน 2 สัปดาห ผูปวยที่มีลักษณะอาการร้ายแรงมักเสียชีวิต ในช่วงนี้ 3. Late stage and sequele ในตอนนี้ไข้จะน้อยลง อาการทางสมองจะคงที่หรือดียิ่งขึ้น ผูปวยที่เสียชีวิตในระยะนี้มักเป็นผลมาจากโรคแทรกซ้อนซอนที่ตามมา เป็นต้นว่า ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อฟุตบาทฉี่ ติดโรคในกระแสเลือด อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งคนเจ็บโรคไข้สมองอักเสบ บางรายอาจมีอาการ ความประพฤติเปลี่ยนหรือเป็นอาการทางจิตใจได้ อาการชักมักเป็น แบบชักเกร็งกระตุกทั่วตัว ซึ่งพบได้ทั่วไปมากมายโดย เฉพาะเด็กตัวเล็กๆ บางทีอาจจะมาด้วยนิ้วกระตุก, ตาเข, หรือหายใจผิดจังหวะได้หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการเหมือน โรคพาร์กินสัน คือมีลักษณะอาการตัวเกร็ง, หน้าไม่แสดง อารมณ์,มือสั่นรวมทั้งเคลื่อนไหวทุกข์ยากลำบาก
กรรมวิธีการรักษาโรคไข้สมองอักเสบ การวิเคราะห์ การวิเคราะห์อาศัยความเป็นมา การตรวจรางกายแล้วก็การ ตรวจทางหองปฏิบัติงาน การตรวจนับเม็ดเลือดพบมากวาจํานวนเม็ดเลือดขาวและก็คารอยละของนิวโตรฟล เพิ่มขึ้นในระดับปานกลางถึงสูงมากมาย การตรวจน้ำไขสันหลัง สวนใหญจะเจอวาน้ำไขสันหลังมีลักษณะใส ไมมี สีความดันของน้ำไขสันหลังอยูในเกณฑธรรมดามีเซลล เม็ดเลือดขาวไดตั้งแต 10-1,000 เซลล/ลบ.มม. ซึ่งส่วนใหญเปนชนิดโมโนนิวเคลียรเซลล ในระยะแรกของโรคอาจไมเจอเซลลในน้ำไขสันหลังหรือบางทีอาจพบนิวโตรฟลเดนได โปรตีนมักสูงกวาปกติเล็กนอย ระดับน้ำตาลมักอยูในเกณฑปกติเมื่อเทียบกับระดับน้ำตาลในเลือด
การส่งไปตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จะมีคุณภาพสูงขึ้นมากยิ่งกว่าการตรวจด้วยเครื่อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์โดยจะเห็นความไม่ปกติใน ตำแหน่ง thalamus,basalganglia, midbrain, pons, และ medullaตามหน้าที่ที่พบร่วมมาก ที่สุดคือตำแหน่ง thalamus การส่งไปทำการตรวจแยกเชื้อ (serology) ซึ่ง เป็นการวินิจฉัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือตรวจค้นIgM antibodyเฉพาะต่อไวรัสเจอีในนํ้าไขสันหลังและก็ ในเลือด โดยการตรวจพบ JEV-specific IgM antibody ในนํ้าไขสันหลังสามารถช่วยรับรองการ ติดเชื้อโรคในครั้งนี้ได้แต่ว่าถ้าตรวจพบJEV-specific IgMantibodyในเลือดอาจเป็นการติดเชื้อโรคหรือขึ้น จากการได้วัคซีนก็ได้ การตรวจค้น antibody ในนํ้าไขสันหลัง จะสามารถตรวจพบได้ปริมาณร้อยละ 70-90 ในคนป่วยที่ ติดโรค โดยจะสามารถตรวจเจอได้เมื่อราวๆ วันที่5-8ภายหลังเริ่มมีอาการ การตรวจหาantibodyในเลือดจะสามารถ ตรวจเจอได้จำนวนร้อยละ60-70 ในคนเจ็บที่ติดเชื้อโดย จะสามารถตรวจพบได้อย่างต่ำ 9 คราวหลังจาก เริ่มมีลักษณะ ในขณะนี้ยังไม่มีการดูแลและรักษาที่เจาะจง  การรักษา    เปนเพียงแต่การดูแลรักษาตามอาการ ที่สําคัญหมายถึงลดอาการบวมของสมอง ดูแลระบบฟุตบาทหายใจ ใหยาระงับชัก บางรายบางทีอาจจําเปนตองให mannitol เพื่อควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ แล้วก็ปกป้องอาการแทรกซ้อนตามมา การใช dexamethasone ในขนาดสูงเพื่อลดการบวมของสมองในผูปวยไขสมองอักเสบเจอี เจอวาไมสามารถลดอัตราการตายและอัตราการฟนจากโรคได มีรายงานจากการเรียนรู้แบบ controlled clinical trials ขนาดเล็กเกี่ยวกับ Neutralizing murine monoclonal antibodies ซึ่งผลิตในประเทศจีน นํามาใชรักษาผูปวย ไขสมองอักเสบเจอี พบวาการรักษาดังกลาวใหผลของการ รักษาที่ดีขึ้น  บางรายงายการเล่าเรียนพบว่าได้มีการทดสอบการใช้ยาต้าน ไวรัส ribavirin แต่ไม่พบไม่เหมือนกันของผล การดูแลรักษาของการใช้ยาต่อต้านไวรัสกับยาหลอกแล้วก็ พบว่าcorticosteroidsรวมทั้งinterferonalpha2a ไม่ช่วยในเรื่องของการควบคุมอาการและไม่ช่วย ในเรื่องของผลการรักษา
ปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่โรคไข้สมองอักเสบ เนื่องมาจากเชื้อไวรัส Japanese encephalitis ที่เป็นตัวการของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี จะอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายอย่าง ได้แก่ หมู และยุงจะเป็นพาหะนำเชื้อประเภทนี้มาสู่คน โดยเฉพาะหมูที่มีอายุที่มากขึ้น ตัวสัตว์เองก็จะมีภูมิต้านทานพอควร ด้วยเหตุนี้ ถ้ามีเชื้อไวรัสอยู่ในตัวก็จะโดนควบคุมไม่ให้มีจำนวนมาก ส่วนลูกหมูชอบมีภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เมื่อโดนยุงกัด แล้วมีเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะเป็นแหล่งแพร่ระบาดมาสู่ยุงไปสู่คน  เพราะฉะนั้นไข้สมองอักเสบเจอี ก็เลยพบได้มากในแหล่งที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบๆที่มีการเลี้ยงหมูเยอะมาก อาทิเช่น ในต่างจังหวัด รวมทั้งรอบๆนอกเมือง แล้วก็พบได้บ่อยในฤดูฝนระหว่างมิ.ย.ถึงสิงหาคม แต่ว่าก็อาจพบเรี่ยรายได้ตลอดทั้งปี ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้สมองอักเสบเจอี เช่น เกษตรกรที่มีอาชีพเลี้ยงหมู คนที่อาศัยอยู่ในบ้านนอกในแคว้นที่มีการระบาด ทหารที่เข้าไปทำหน้าที่หรือทำการในท้องถิ่นที่มีการระบาดของโรค ผู้หนีภัยไปอาศัยอยู่ในเมืองนอกที่มีการระบาด
การติดต่อของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี เชื้อ JEV (Japanese encephalitis Virus) จัดอยู่ในเชื้อสายฟลาวิเชื้อไวรัส (family flaviviridae) สกุลฟลาวิไวรัส (genus flavivirus)อยู่ในกรุ๊ปเดียวกับไวรัสเด็งกี่(Dengue virus)รวมทั้งไข้เหลือง(yellowfever) ด้วยเหตุนี้เชื้อไวรัสเจอี จึงมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฟลาวิไวรัสตัวอื่นๆซึ่งเป็น เชื้อไวรัสที่มีแมลงกินเลือดเป็นพาหะนำ โรคจะติดต่อ ในวงจรจากสัตว์สู่คน โดยมียุงเป็นตัวพาหะนำ เชื้อโรค โดยมีหมูเป็นรังโรคที่สำคัญ หมูที่ติดโรค JE จะไม่มีอาการ แม้กระนั้นมีเชื้อ JE ในเลือด เมื่อยุงไปกัด หมูในเวลานี้เชื้อจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในยุง เมื่อ มากัดคนจะกระจายเชื้อเข้าสู่คน ส่วนสัตว์อื่นๆที่จะติด เชื้อ JEได้แก่ม้า วัวควายนก แม้กระนั้นสัตว์พวกนี้เมื่อติดเชื้อโรคแล้วจะไม่มีอาการมีแต่ม้าและคนแค่นั้นที่มีลักษณะอาการ เมื่อได้รับเชื้อ แล้วราวๆ 1 ใน 300-500 ของผู้ติดเชื้อจะมี อาการสมองอักเสบ หมูมีความจำเป็นในวงจรการ แพร่ของโรค ด้วยเหตุว่าจะมีเชื้ออยู่ในกระแส เลือดได้เป็นเวลานานกว่าสัตว์อื่นๆจึงจัดว่าเป็นamplifier ที่เป็นรังโรคที่สำคัญ ยุงที่เป็นพาหะเป็นประเภท Culex tritaeniorhynchus  Culex golidus , Culex fascocephalus ยุงเหล่านี้เพาะพันธุ์ใน ท้องนาที่มีนํ้าขัง จำนวนยุงจะเพิ่มมากในฤดูฝน ยุงตัวเมียสามารถถ่ายทอดเชื้อผ่านรังไข่ไปสู่ลูกยุงได้ ซึ่งมีระยะฟักตัวในยุงราวๆ 9-12 วัน ยุงพวกนี้จะออกมากัดกินเลือดในช่วงเย็นหรือ ตอนคํ่า หมูและนกนํ้า ดังเช่นว่า นกกระสา นกกระยาง เป็นรังโรคที่สำ คัญเนื่องจากว่าจะมีเชื้อสำหรับการแส เลือดได้นานและก็มีการเพิ่มเชื้อได้สูง ซึ่งใน ประเทศไทยสามัญชนโดยมาก ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแล้วก็มีปริมาณของการ เลี้ยงหมูปริมาณมากโดยเหตุนั้นจึงเป็นการเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากต่อโรคไข้สมองอักเสบมากมายตามมา
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • รับประทานยาตามหมอสั่ง และกระทำตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • รักษาสุขภาพของร่างกายให้สะอาดอยู่เป็นประจำเพื่อคุ้มครองป้องกันโรคแทรกซ้อน
  • ไปพบหมอดังที่หมอนัดหมายให้ตรงเวลา
  • เมื่อพบว่าอาการแย่ลงหรืออาการทรุดลง หลังจากรับประทานยาที่หมอสั่งให้รีบไปพบหมอโดยเร่งด่วน
  • ใช้ยาทากันยุงรวมทั้งนอนในมุ้งเพื่อคุ้มครองปกป้องการกระจายเชื้อให้กับผู้ที่อยู่รอบตัว
  • รับประทานอาหารที่มีสาระครบ 5 หมู่ แล้วก็ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การคุ้มครองตัวเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เจอี

  • ผู้ที่จับไข้ตัวร้อนควรจะไปพบแพทย์โดยทันที เมื่อมีลักษณะเหล่านี้ร่วมด้วย ดังเช่น ปวดศีรษะรุนแรง กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น คลื่นไส้มาก มีอาการชักร่วมด้วย ซึม ไม่ค่อยรู้สึกตัว หรือสลบ แขนขาเป็นอัมพาต ปากเบี้ยว กลืนลำบาก หรืออ้าปากทุกข์ยากลำบาก (ขากรรไกรแข็ง) หรือก้มคอไม่ลง (คอแข็ง)
  • ควรกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง
  • เมื่อมีการระบาดของโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ควรยินยอมให้ข้าราชการฉีดยาทำลายยุงในบริเวณพื้นที่ เกิดการระบาดของโรคโดยการพ่นสารเคมีเพื่อฆ่ายุงตัวแก่
  • คุ้มครองป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยนอนกางมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้านและก็ตามห้องต่างๆ
  • ย้ายคอกสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น หมู โค ควาย ให้ห่างจากแหล่งที่อยู่อาศัย เพื่อลดการเสี่ยงของรังโรค
  • ฉีดวัคซีนคุ้มครองปกป้องโรคไข้สมองอักเสบ
  • วิธีที่เยี่ยมที่สุดตอนนี้ เช่นการฉีดวัคซีนคุ้มครองโรคนี้ให้แก่เด็กๆของพวกเราก่อนจะติดเชื้อเองตามธรรมชาติ
  • วัคซีนคุ้มครองปกป้องโรคไข้สมองอักเสบเจอี (JEV) เริ่มมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี พุทธศักราช2473 ในประเทศรัสเซียแล้วก็ญี่ปุ่น ต่อมาได้เพิ่มวิธีการทำให้วัคซีนบริสุทธิ์ขึ้นเพื่อปกป้องผลเข้าแทรกจากการแปดเปื้อนของเนื้อเยื่อสมองหนู แล้วก็ได้รับการพัฒนาต่อบ่อยมาจนกระทั่งมีใช้กันอย่างแพร่หลายในขณะนี้
  • ส่วนในประเทศไทยซึ่งเป็นแหล่งระบาดของ เชื้อนั้น มีการฉีดวัคซีนเพื่อคุ้มครองป้องกันโรค ตั้งแต่ปี 2533 โดยเริ่มในภาคเหนือ และก็ค่อยๆขยาย ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 โดย ให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีคนละ 2 ครั้งแล้วก็กระตุ้น 1 ครั้ง เมื่ออายุ2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี วัคซีนที่ใช้เป็นชนิดเชื้อตาย (JE SMBV: mouse brain-derivedinactivatedJEvaccine)วัคซีน ปกป้องไข้สมองอักเสบเจอีที่ขึ้นทะเบียนและก็ ในประเทศไทยปัจจุบันมี2ประเภทเป็นต้นว่า (1.) วัคซีนประเภทเชื้อตายที่เพาะเชื้อในสมอง หนู(suckling mouse brain vaccine หรือ SMBV) (2.) วัคซีนประเภทเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (SA 14–14–2) ที่เพาะเชื้อในเซลล์เพาะเลี้ยง เป็นวัคซีน ใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียนในประเทศไทยปีพุทธศักราช2550


สมุนไพรที่ใช้ป้องกันตนเองจากโรคไข้สมองอักเสบ เอจี โรคไข้สมองอักเสบ เจอี เป็นโรคที่ยังไม่มียารักษาเฉพาะการดูแลรักษายังจะต้องใช้การรักษาแบบจุนเจือ รักษาตามอาการ โดยเหตุนั้นก็เลยไม่มีสมุนไพรจำพวกไหนที่สามารถรักษาได้ เพียงแค่มีสมุนไพรที่สามารถช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดโรคไข้สมองอักเสบ เจอี ได้ไพเราะเพราะพริ้งไข้สมองอักเสบ เจอี นั้นมียุงเป็นพาหนะนำเชื้อ ด้วยเหตุนั้นสมุนไพรที่ช่วยป้องกันโรคชนิดนี้นั้น ก็เลยเป็นสมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงต่างๆอาทิเช่น
พืชกรุ๊ปสกุล (genus) Cymbopogon
ตะไคร้หอม (Cymbopogon nardus (L.) Rendle) มีการศึกษาฤทธิ์ไล่ยุงของตำรับน้ำมันตะไคร้หอม (citronella oil) ที่มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ citronella, geraniol รวมทั้ง citronellol ในรูปแบบของครีม พบว่าตำรับที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 17% คุ้มครองป้องกันยุงลายได้นานประมาณ 3 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันตะไคร้หอม 14% ลดปริมาณยุงอารมณ์เสียที่มาเกาะภายใน 1 ชั่วโมงข้างหลังทาครีม นอกจากนี้สารสกัดเอทานอลของตะไคร้หอมผสมกับน้ำมันที่ทำจากมะกอกสามารถไล่ยุงลายแล้วก็ยุงอารมณ์เสียได้นาน 2 ชั่วโมง ครีมที่มีน้ำมันหอมระเหยจากใบตะไคร้หอมที่ความเข้มข้น 1.25, 2.5 และก็ 5.0% คุ้มครองป้องกันยุงก้นปล่องได้โดยประมาณ 2 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่ความเข้มข้น 10% ให้ผลได้เป็นเวลายาวนานกว่า 4 ชั่วโมง
ตะไคร้ (Cymbopogon citratus (DC.) Stapf) น้ำมันตะไคร้ (lemongrass oil) ใน liquid paraffin ความเข้มข้น 20 รวมทั้ง 25% มีผลปกป้องยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก แล้วก็ลดน้อยลงเหลือเกิน 95% ภายใน 3 ชั่วโมง การเตรียมผลิตภัณฑ์น้ำมันตะไคร้ 15% ในรูปของครีมและขี้ผึ้งพบว่าให้ผลคุ้มครองป้องกันยุงกัดได้ โดยคุณสมบัติของส่วนประกอบของสินค้าส่งผลต่อการปลดปล่อยน้ำมันหอมระเหย รวมทั้งส่งผลต่อสมรรถนะในการป้องกันยุงด้วย น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ที่มี geraniol ปริมาณ 0.2 มิลลิกรัม/ซึม2 สามารถลดอัตราการกัดจากยุงอารมณ์เสีย เป็น 10, 15 และ 18% ที่เวลา 1, 2 แล้วก็ 3 ชั่วโมงเป็นลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ได้ทาน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ สบู่อาบน้ำที่มีส่วนประกอบของน้ำมันตะไคร้หอม 0.1% น้ำมันตะไคร้ 0.5% รวมทั้งน้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้ในช่วง 8 ชั่วโมง
พืชกลุ่มสกุล (genus) Ocimum
น้ำมันหอมระเหยจากพืชกลุ่มนี้ 5 ประเภท เช่น แมงกะแซง (O. americanum L.) โหระพา (O. basilicum L.) แมงลัก (O. africanum Lour. ExH) ยี่หร่าหรือโหระพาช้าง (O. gratissimum L.) แล้วก็กะเพรา (O. tenuiflorum L.) พบว่ามีฤทธิ์ทั้งยังฆ่าลูกน้ำแล้วก็ไล่ยุงลายได้ ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายของน้ำมันหอมระเหย เรียงลำดับดังนี้ โหระพา > ยี่หร่า> กะเพรา > แมงลัก = แมงกะแซง โดยมีค่าความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยที่ได้ผลปกป้องยุงได้ 90% (EC90) เท่ากับ 113, 184, 240, 279 รวมทั้ง 283 ppm เป็นลำดับ สำหรับฤทธิ์ไล่ยุงของน้ำมันหอมระเหยที่ความเข้มข้น 10% พบว่า โหระพาช้างมีฤทธิ์แรงที่สุด คุ้มครองยุงกัดได้นาน 135 นาที รองลงมาคือ ใบกะเพรา แล้วก็แมงลัก ที่ปกป้องยุงกัดได้นาน 105 แล้วก็ 75 นาที เป็นลำดับ ในตอนที่แมงกะแซง และโหระพาได้ผลต่ำที่สุดเพียงแค่ 15 นาที
พืชกลุ่มสกุล (genus) Citrus
มะกรูด (Citrus hystrix DC.) น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดมีฤทธิ์คุ้มครองป้องกันยุงได้นาน 95 นาที แล้วก็ตำรับยาใช้ภายนอกกันยุงที่มีน้ำมันมะกรูดความเข้มข้น 25 แล้วก็ 50% สามารถไล่ยุงได้นาน 30 และ 60 นาที เป็นลำดับ น้ำมันหอมระเหยผสมจากมะกรูด 5% รวมทั้งจากดอกชิงเฮา (Artemisia annua L.) 1% คุ้มครองปกป้องยุงลาย ยุงก้นปล่อง รวมทั้งยุงอารมณ์เสียได้นาน 180 นาที ในห้องทดลอง ในความเข้มข้นเดียวกันสามารถคุ้มครองยุงลาย แล้วก็ยุงเสือ ได้ 180 นาที แล้วก็ยุงหงุดหงิดได้นานถึง 240 นาทีในภาคสนาม
มะนาวฝรั่ง (Citrus limon (L.) Burm.f.) น้ำมันหอมระเหยจากมะนาวฝรั่งมีฤทธิ์ไล่ยุงก้นปล่องได้ 0.88 เท่าของสารเคมีสังเคราะห์ N,N-diethyl-3-methylbenzamide
นอกจากสมุนไพรที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ยังมีสมุนไพรอื่นๆที่มีการเรียนรู้ฤทธิ์สำหรับการป้องกันยุง อาทิเช่น ข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู หนอนตายหยาก ดอกกระดังงาไทย สารไพรินทรัม (pyrethrum) รวมทั้งไพรีทริน (pyrethrins) ที่พบได้ในพืชเชื้อสายดอกเบญจมาศ (chrysanthemum flowers) ฯลฯ
เอกสารอ้างอิง

  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.ไข้สมองอักเสบ จากเชื้อไวรัส เจอี.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่ 174.คอลัมน์ แนะยา-แจงโรค.ตุลาคม.2536
  • Halstead SB, Jacobson J. Japanese encephalitis vaccines. In: Plotkin SA, Orenstein WA, Offit PA, editors. Vaccines. 5th ed. Elsevier Inc.; 2008. p.311-52. http://www.disthai.com/
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Japanese encephalitis. In: Dupont HL, Steffen R, editors. Textbook of Travel Medicine and Health. 2nd ed. Hamilton: B.C. Decker Inc.; 2001. p.312-4.
  • นศ.พ.เฉลิมเกียรติ สุวรรณเทน.รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า. Japanese Encephalitis. วารสารสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ปีที่ 6.ฉบับที่4.ตุลาคม-ธันวาคม 2554.หน้า 93-100
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Diseases caused by arboviruses: dengue haemorrhagic fever and Japanese B encephalitis. Med J Aust. 1994;160:22-6.
  • โอฬาร พรหมาลิขิต.วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี.ตำราวัคซีน.สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย.หน้า 127-135
  • Thisyakorn U, Nimmannitya S. Japanese encephalitis in Thai children, Bangkok, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 1985;16:93-7.
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โครงการเสริมภูมิคุ้มกันโรคและวัคซีนไข้ สมองอักเสบเจอีในประเทศไทย. ประจำปี Available from:
  • Thisyakorn U, Thisyakorn C. Studies on Flaviviruses in Thailand. In: Miyai K, Ishikawa E, editors. Progress in Clinical Biochemistry: Proceedings of the 5th Asian-Pacific Congress of Clinical Biochemistry; 1991 Sept 29-Oct 4; Kobe, Japan. Amsterdam: Excerpta Medica; 1992. p.985-7.
  • อุษา ทิสยากร, สุจิตรา นิมมานนิตย. Viral meningitis และ encephalitis ในเด็ก. วารสารโรคติดเชื้อ และยาตานจุลชีพ. 2528;2:6-10.
  • สุจิตรา นิมมานนิตย, อุษา ทิสยากร, อนันต นิสาลักษณ, Hoke CH, Gingrich J, Leake E. Outbreak of Japanese encephalitis-Bangkok Metropolis. รายงาน การเฝาระวังโรคประจําสัปดาห. 2527;15:573-6.
  • นพ.คำนวน อึ้งชูศักดิ์.โรคไข้สมองอักเสบจากไวรัสเจอี ถึงจะร้ายแต่ก็ป้องกันได้.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่108.คอลัมน์กันไว้ดีกว่าแก้.เมษายน.2531
  • สำนักระบาดวิทยา.สรุปรายงานการเฝ้าระวัง โรคประจำปีนนทบุรี:สำนักระบาดวิทยา กองควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; รายปี2552: 21-23.
  • สมบุญ เสนาะเสียง, อัญชนา วากัส, ฐิติพงษ์ ยิ่งยง. Situation of encephalitis and Japanese B Encephalitis, Thailand, 2009. Weekly Epidemiological Surveillance Report. 2010;41:33-5.
  • อุษา ทิสยากร. ไขสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส แจแปนนิส. ใน: อุษา ทิสยากร, จุล ทิสยากร, บรรณาธิการ. กุมารเวชศาสตรเขตรอน. กรุงเทพฯ: ดีไซร จํากัด; 2536. น.89-97
  • วรรณี ลิ่มปติกุล, อุษา ทิสยากร. การติดเชื้อ Japanese Encephalitis Virus ที่โรงพยาบาลสงขลา. วารสารวิชาการเขต 2541;9:65-71.
  • Weekly epidemiological record. Japanese Encephalitis. 2015;90:69-88.
  • อ.นพ.วินัย รัตนสุวรรณ.โรคไข้สมองอักเสบ.บทความความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล
  • รศ.ดร.สุวรรณ ธี