ผู้เขียน หัวข้อ: โรคมือเท้าปาก - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 17, 2018, 10:08:20 AM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 104
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคมือเท้าปาก  (Hand Foot and Mouth  disease – HFMD)
[url=http://www.disthai.com/16828313/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81-hand-foot-and-mouth-disease-hfmd]โรคมือเท้าปาก[/url] เป็นยังไง โรคมือ-เท้า-ปาก ป่วยเป็นผื่นที่ติดต่อกันง่าย แม้กระนั้นมักไม่ร้ายแรงและหายได้เองเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ซึ่งโรค มือเท้าปาก เป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในเด็กตัวเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนหน้าฝน มักมีต้นเหตุจากเชื้อไวรัสกรุ๊ป Enterovirus  แม้กระนั้นในแถบร้อนเปียกชื้น พบมากได้ตลอดปีโดยส่วนมากแล้ว พบได้บ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีแต่ว่าบางทีอาจเจอในเด็กแก่กว่านี้ก็ได้ รวมทั้งแม้มีการกำเนิดโรคในสถานที่เลี้ยงเด็กหรือในโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาล ก็จะเจอผู้เจ็บป่วยจำนวนหลายชิ้นขึ้นเนื่องจากโรคนี้ระบาดได้ง่าย
                อนึ่งโรคนี้เป็นโรคคนละประเภทกับโรคปากยุ่ยเท้าเปื่อยยุ่ยที่พบได้ในสัตว์กีบคู่ ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่ติดต่อมาสู่คน เว้นเสียแต่ในเรื่องที่คนไปสัมผัสคลุกคลีอยู่กับสัตว์ที่เจ็บป่วยหรือคนที่ทำงานในห้องทดลองเกี่ยวกับโรคในสัตว์พวกนี้ ที่อาจมีรายงานการตำหนิดเชื้อได้บ้าง
                ในความเป็นจริงแล้ว โรคมือ เท้า ปาก ว่าไม่ใช่โรคใหม่ แต่ว่ารู้จักกันมานานมากกว่า 50 ปีแล้ว  โดยมีประวัติที่ไปที่มาของโรค ดังนี้

  • พ.ศ. 2500 มีรายงานการระบาดของกรุ๊ปลักษณะของการมีไข้ซึ่งเจอร่วมกับตุ่มน้ำใสในช่องปาก มือและก็เท้าในคนเจ็บเด็กที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยเจอสาเหตุจากเชื้อ Coxsackie virus A16(Cox A16)1
  • พ.ศ. 2502 เจอการระบาดของกรุ๊ปอาการด้วยเหมือนกันในเมือง Bermingham อังกฤษ และได้มีการเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Hand-Foot-and Mouth Disease (HFMD)


หลังจากนั้นก็มีรายงานการระบาดจากประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก ซึ่งเชื้อไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการมือ เท้า ปาก มิได้มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสประเภทเดียวแต่ว่ามีมากกว่า 10 สายพันธุ์
สำหรับเพื่อการระบาดใหญ่ของกรุ๊ปลักษณะของโรคมือ เท้า ปาก พบว่ามีรายงานตั้งแต่ พุทธศักราช2540-2555 มีดังนี้

  • พ.ศ.2540 มาเลเซีย (เสียชีวิต 31 ราย) พ.ศ.2541 ไต้หวัน (คนเจ็บ 1.5 ล้านราย เสียชีวิต 78 ราย)
  • พ.ศ.2550 ประเทศอินเดีย (คนเจ็บ 38 ราย) แล้วก็ พุทธศักราช2551 ประเทศอินเดีย (คนป่วย 25,000 ราย เสียชีวิต 42 ราย) สิงคโปร์ (คนไข้มากกว่า 2,600 ราย) เวียดนาม (คนไข้ 2,300 ราย เสียชีวิต 11 ราย) มองโกเลีย (ผู้เจ็บป่วย 2,600 ราย) รวมทั้งบรูไน (คนเจ็บ 1,053 ราย)
  • พุทธศักราช2552 จีน (ผู้เจ็บป่วย 115,000 ราย เสียชีวิต 85 ราย) รวมทั้ง พ.ศ.2553 จีน (คนป่วย 1.6 ล้านราย เสียชีวิต 537 ราย)
  • พ.ศ.2554 เวียดนาม (คนป่วย 42,000 ราย เสียชีวิต 98 ราย) รวมทั้งจีน (คนป่วย 1.3 ล้านราย เสียชีวิต 437 ราย)
  • พุทธศักราช2555 กัมพูชา (เสียชีวิต 52 ราย) จีน (ผู้ป่วย 460,000 ราย เสียชีวิต 112 ราย) ไทย (คนเจ็บ 168,60 ราย เสียชีวิต 1 ราย)


สำหรับเหตุการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลที่ได้มาจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2558 มีผู้เจ็บป่วยทั้งหมดทั้งปวง 40,417 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 62.21 ต่อประชากร 1 แสนคน รวมทั้งมีคนเจ็บเสียชีวิต 3 ราย ส่วนในปี 2559 ข้อมูลล่าสุดในวันที่ 28 มีนาคม 2559 มีคนไข้ 8,973 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 13.78 ต่อสามัญชน 1 แสนคน และก็ยังไม่มีผู้ตาย
ตั้งแต่เริ่มมีการตรวจพบเชื้อ EV71 ในผู้เจ็บป่วยโรค HFMD ในปี2541 ในประเทศไทยก็เริ่มมีการเฝ้าระวังรายงานและสอบสวนคนป่วยสงสัยติดเชื้อ EV71 และคุ้มครองควบคุมโรคหลังจากนั้นเป็นต้นมา พบว่าคนป่วยจำนวนมากเป็นเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีแล้วก็ราวๆครึ่งหนึ่งติดโรค EV71 ที่มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรง
ส่วนในด้านรายงานการแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากจากสำนักระบาดวิทยา พบว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ถึง 1 เดือนเมษายน 2559 มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอีกทั้งตามโรงเรียนรวมทั้งในชุมชน 8 เหตุ จากจำนวนผู้เจ็บป่วย 22 ราย ทั้งนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เสนอแนะให้สถานศึกษาประพฤติตามมาตรการที่กรมควบคุมโรคระบุ เพื่อปกป้องการเกิดโรคแล้วก็การแพร่ระบาดของโรค
ต้นเหตุของโรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากมีต้นเหตุที่เกิดจากการต่อว่าดเชื้อกลุ่มไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) ซึ่งมีอยู่ร่วมกันมากมายสาย อย่างเช่น ค็อกแซคกีเอรวมทั้งบี (Coxsackie A, B), เชื้อไวรัสเอนเทอโรชนิด 71 (Enterovirus 71 – EV71) ต้นสายปลายเหตุที่พบได้ทั่วไปที่สุดก็คือการระบาดจากการติดเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 (Coxsackievirus A 16) ซึ่งอาการมักจะไม่รุนแรง รวมทั้งผู้เจ็บป่วยชอบหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนปัจจัยที่เจอได้น้อยและมีลักษณะรุนแรงเป็นการต่อว่าดเชื้อไวรัสเอนเทอโรจำพวก 71 ซึ่งอาจจะก่อให้คนป่วยเกิดภาวะแทรกรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกเหนือจากนี้โรคมือเท้าปากยังบางทีอาจกำเนิดได้จากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 5, 7, 9, 10 แล้วก็เชื้อไวรัสค็อกแซคกีบีชนิด 2 และ 5 ได้บ้าง
                ซึ่งโรคนี้ส่วนมากมักจะติดต่อกันที่เกิดจากการกินของกิน น้ำดื่ม การดูดเลียนิ้วมือ หรือของเล่นเด็กที่ปนเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือละอองน้ำมูก น้ำลายของคนเจ็บ ส่วนน้อยที่ติดต่อโดยการดมเอาฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายที่คนเจ็บไอหรือจามรด  ซึ่งเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายแล้ว โดยประมาณ 3-6 วัน ผู้เจ็บป่วยก็เลยจะมีลักษณะอาการ
อาการโรคมือเท้าปาก  ภายหลังจากติดโรค 3-7 วัน ผู้เจ็บป่วยจะเริ่มแสดงอาการเริ่มต้นหมายถึงจับไข้ตํ่าๆราว 38-39o C และก็มีลักษณะปวดเนื้อปวดตัวระยะนี้จะมีระยะเวลา ราว 1-2 วัน แล้วจะเริ่มมีลักษณะเจ็บปาก ตรวจร่างกายจะเจอมีรอยโรคในรอบๆปาก มือแล้วก็เท้าได้ดังต่อไปนี้

  • รอยโรครอบๆปาก พบในผู้เจ็บป่วยร้อยละ 100 มีรอยโรคจํานวน 5-10 แห้ง พบได้ทุกบริเวณในปากแต่ว่าที่มักพบเป็นเพดานปาก ลิ้น แล้วก็เยื่อบุกระพุ้งแก้ม รอยโรคระยะเริ่มต้น ลักษณะเป็นรอยสีแดงอาจนูนบางส่วนขนาด 2-8 มิลลิเมตรต่อจากนั้นจะกลายเป็นตุ่มนํ้าสีเทาขนาดเล็กขอบแดงช่วงที่รอยโรคเป็นตุ่มนํ้าจะสั้น จึงมักตรวจไม่พบ  รอยโรคในระยะนี้แต่ว่าก็พบบ่อยลักษณะเป็นแผลตื้นๆสีเหลืองถึงเทาของแดงซึ่งบางทีอาจจะมารวมกันเป็นรอยโรคใหญ่ได้


จำนวนร้อยละ 80 ของผู้เจ็บป่วยลักษณะการเจ็บปากจะไม่ร้ายแรงและหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาภายใน 5-10 วัน

  • รอยโรคที่ผิวหนัง


บางทีอาจเกิดขึ้นพร้อมรอยโรคที่ปาก หรือหลังจากนั้นนิดหน่อยจํานวนตั้งแต่ 2-3 แห้งไปจนถึง 100 แห่ง พบ ที่มือบ่อยกว่าเท่า ลักษณะเป็นรอยแดงๆอาจนูนบางส่วนขนาด 2-10 มิลลิเมตร ตรงกลางสีเทา บางรอยโรคมี ลักษณะเป็นตุ่มนํ้าใสขอบแดง มีกระจายขนานไปกับแนวของผิวหนังบางทีอาจเจ็บหรือไม่ก็ได้ต่อจากนั้น 2-3 วัน จะ เริ่มเป็นสะเก็ด รวมทั้งเบาๆหายไปข้างใน 7-10 วัน โดยไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลือ
รอบๆอื่นๆที่อาจเจอรอยโรคได้เช่นเดียวกันหมายถึงตูด แขน ขา รวมทั้งอวัยวะสืบพันธุ์ในเด็กทารกอาจเจอ กระจายทั่วตัวได้
โดยปกติโรคมือเท้า ปากจัดว่ามีอาการน้อยโดยมากมักมีเพียงไข้ปวดเหมื่อยตามตัวรวมทั้งเจ็บปาก แต่ ในผู้ป่วยบางรายอาจเจอภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการตำหนิดเชื้อ enterovirus 71 ปัจจัยเสี่ยงต่อ การเจอภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เป็น

  • อายุในกรุ๊ปคนไข้อายุน้อยจะเจออาการแทรกรุนแรงและก็เสียชีวิตมากกว่าในกรุ๊ปผู้ป่วยที่อายุมาก ดังเช่นว่าการระบาดในปีพ.ศ.2541 ที่ประเทศไต้หวัน พบว่าอัตราการเสียชีวิตโดยรวมเป็น44.4/100,000 รายแม้กระนั้นกรุ๊ปที่อัตราการเสียชีวิตสูงสุดหมายถึง6-11 เดือนเท่ากับ 96.96/100,000 ราย
  • มีไข้สูงเกินไปกว่า 39o C และก็นานเกิน 3 วัน
  • มีลักษณะอาเจียนมากทานอาหารไม่ได้


ซึ่งสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในข้อ 2 รวมทั้ง 3 จากการศึกษาวิจัยที่โรงพยาบาลเด็ก Chang Gung ประเทศไต้หวัน พบว่า สัมพันธ์กับการต่อว่าดเชื้อ EV มากยิ่งกว่า Cox A  โดยชอบทำให้เกิดภาวะแทรก/ทางระบบประสาท ระบบหัวใจ รวมทั้งปอดได้สูง ทำให้ผู้เจ็บป่วยเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากภาวการณ์ปอดบวมน้ำ เลือดออกในปอด รวมทั้งภาวการณ์ช็อก
แม้กระนั้นเชื้อคอกแซคก็เชื้อไวรัส เอ 16 ก็อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อห่อหุ้มหัวใจอักเสบ และภาวะช็อกได้ แต่เจอได้น้อยกว่าจากเชื้อ เอนเทอโรเชื้อไวรัส 71 มากมาย
ปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุด เพราะมักพบการติดเชื้อและการระบาดของโรคใน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่
  • การที่ผู้ดูแลเด็กไม่ได้ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของโรคมือเท้าปาก
  • สภาพที่อยู่อาศัย หรือโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น มีลักษณะอับ ทึบ แสงแดดส่องไม่ถึง
  • การใช้ข้าวของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน ร่วมกัน
  • การไอ จาม รดกัน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
แนวทางการรักษาโรคมือ เท้าปาก การวินิจฉัยโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปใช่อาการและอาการแสดงเป็นสําคัญ (clinical diagnosis) โดยแพทย์จะตรวจร่างกายหารอยโรคจําเพาะที่บริเวณมือเท้า ปากร่วมกับมีไข้ ได้แก่  ผู้ป่วยมีไข้ 38 – 39 องศาเซลเซียส  พบจุดนูนแดง ตุ่มน้ำใส หรือ แผลที่เยื่อบุปาก ลิ้น และเหงือก พบจุดแดงราบ ตุ่มนูน หรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแก้มก้น
การตรวจรอยโรคที่ผิวหนัง (cutaneous lesion) ทางพยาธิวิทยา(histology) จะพบเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil และ lymphocyte เพิ่มขึ้น แต่จะไม้พบmultinucleated giant cell หรือ inclusion body 11 สําหรับในกรณีที่ต้องการทราบชนิดของเชื้อไวรัสที่ก้อโรค สามารถทําได้โดยการแยกเชื้อไวรัส หรือตรวจ ร่องรอยการติดเชื้อจากนํ้าเหลือง สําหรับประเทศไทยใช้วิธี micro-neutralization หากพบผู้ป่วยในข่ายสงสัยให้ เก็บตัวอย่างดังนี้

  • อุจจาระภายใน 14 วันของการป่วยโดยเก็บประมาณ 8 กรัม ใส่กล่องพลาสติกสะอาด
  • สวอบลําคอ (throat swab) โดยจุ่มปลายสวอบลงใน viral transport media ให้จมปลาย ตัวอย่างในข้อ 1 และ 2 ให้เก็บส่งโดยแช่เย็นในกระติกนํ้าแข็งอุณหภูมิ 4-8o C และส่งห้องปฏิบัติ การโดยเร็วที่สุด
  • เก็บเลือด 2 ครั้งประมาณ 3-5 มล.ต่อครั้ง ครั้งแรกที่สุดภายใน 3-5 วันหลังป่วยและครั้งที่ 2 หลัง จากครั้งแรก 14วัน โดยใส่ในหลอดแก้วปราศจากเชื้อพันพลาสเตอร์ให้แน่น เก็บตัวอย่างในตู้เย็น เพื่อรอส่งตรวจพร้อมกัน
โรคมือเท้าปากไม่มีวัคซีนหรือยาสำหรับรักษาโรคโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่นการให้ยาลดไข้ paracetamol หรือให้ยาบ้วนปากเพื่อช่วยลดอาการเจ็บของแผลในช่องปาก ถ้าตุ่มกลายเป็นหนองหรือพุพองก็จะให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี อะม็อกซีซิลลิน อีริโทรไมซิน เป็นต้น ถ้ามีภาวะขาดน้ำเนื่องจากกินและดื่มไม่ได้ ก็จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ก็จำเป็นต้องรับเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาลหรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2539 มีการศึกษาที่ Medical College of Ohio ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการทดลองใช้ acyclovir ในการรักษาผู้ป่วยโรคมือเท้า ปาก 13 รายซึ่ง 12 รายเป็นเด็กอายุ 1-5 ปีและอีก 1 รายเป็นผู้ใหญ่ โดยเริ่มใช้ยา acyclovir ภายใน 1-2 วัน หลังเริ่มมีรอยโรคพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้น และรอยโรคเปลี่ยนแปลงดี ขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มรักษา ได้ให้ acyclovir ต่ออีก 5 วันจนรอยโรคหายไปหมด ผู้ศึกษาเชื่อว่า acyclovir อาจไปยับยั้งเอนไซม์ thymidine kinase ของ Cox A16แต่ก็อาจมีประโยชน์ ด้านอื่นด้วยเช่น อาจทําให้ผู้ป่วยสร้าง interferon เพื่อยับยั้งไวรัสมากขึ้น15 อย่างไรก็ดียังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ acyclovir ในการ ลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
และหลังจากการติดเชื้อผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสที่ก่อโรค แต่อาจเกิดโรคมือเท้า ปากซํ้าได้จาก enterovirus ตัวอื่นๆ
การติดต่อของโรค มือ เท้า ปาก  โรคมือเท้าปากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำใส หรือสารคัดหลั่งจากจมูกและปากอันได้แก่ น้ำมูก เสมหะ หรือน้ำลาย นอกจากนี้แล้วไวรัสยังสามารถพบได้ในอุจจาระ โดยไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่ในระยะแรกที่แสดงอาการโดยช่วงที่มีการแพร่กระจายมากที่สุด คือ สัปดาห์แรกที่ผู้ป่วยมีอาการและอาจจะยังพบได้อีกหลายสัปดาห์ในอุจจาระของผู้ป่วยที่หายจากอาการของโรคแล้ว นอกจากนี้แล้วในผู้ใหญ่อาจจะสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ ซึ่งการได้รับไวรัสอาจเป็นการได้รับโดยตรงเช่นจากการไอหรือจาม หรืออาจจะได้รับไวรัสโดยอ้อมโดยการสัมผัสกับพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสอยู่ เช่นในสถานรับเลี้ยงเด็กซึ่งอาจมีของเล่นหรือของใช้เด็กที่ปนเปื้อนน้ำลายเนื่องจากเด็กเล็กมักชอบนำสิ่งของเข้าปาก  ดูดเลียนิ้วมือ รวมถึงจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ มือของผู้เลี้ยงดูเด็กที่ไม่สะอาด เป็นต้น  เนื่องจากโรคมือเท้าปากมักพบในเด็กเล็ก ดังนั้นการระบาดมักพบในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือตามโรงเรียนอนุบาล  เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถทนสภาวะกรดในทางเดินอาหารมนุษย์ได้ และมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2-3วัน
โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเย็นหรือชื้นแฉะเชื้ออาจอยู่ได้เป็นเดือน  นอกจากนี้ การทำลายเชื้อต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม น้ำยาฆ่าเชื้อทั่วๆ ไปบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์และแอลกอฮอล์เจลใช้ป้องกันไวรัสไข้หวัดได้ แต่สำหรับเชื้อไวรัสเอนเทอโร แอลกอฮอล์ไม่มีผลโดยตรง
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ยารักษาจำเพาะ เพียงแต่ให้การดูแลตามอาการ และเฝ้าติดตามอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด โดยมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้

  • ทานยาลดไข้ พาราเซตามอล เป็นครั้งคราวเวลา มีไข้สูง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตดูว่ามีปัสสาวะออกมากและใส จึงนับว่าได้น้ำพอเพียง
  • ในช่วงที่มีอาการเจ็บแผลในปาก ให้กินอาหารเหลวหรือของน้ำๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด นม น้ำเต้าหู้ น้ำหวาน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บในปาก อาจใช้วิธีอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ดื่มน้ำหรือนมเย็นๆ กินไอศกรีม หรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ (ผสมเกลือป่นครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น ๑ แก้ว) วันละหลายๆ ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
  • แยกของใช้ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน-ส้อม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ ขับถ่ายอุจจาระลงในในโถส้วม
  • ควรทำความสะอาดพื้นห้องและพื้นผิวอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อยๆ รวมถึงห้องสุขาและห้องน้ำ โดยล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วตามด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น ไฮเตอร์ ไฮยีน คลอร็อกซ์ โดยผสมตามฉลากปิดข้างขวด ทิ้งไว้ ๑๐ นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง
  • แยกเด็กที่ป่วยไม่ให้คลุกคลีกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งเพื่อนบ้าน และพี่น้องที่อยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น การกอดรัด การเล่นของเล่นที่เปื้อนน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีที่มีน้องเล็กๆ อายุ ๑-๒ ปีหรือน้อยกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง ไม่นำเด็กไปในที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ควรให้เด็กอยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี
  • ขอให้เด็กหยุดเรียนเป็นเวลา ๗ วันนับจากวันเริ่มมีอาการ (ถึงแม้ว่าเด็กอาจมีอาการดีขึ้นก่อนครบ ๗ วัน) หากเด็กมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ไข้สูง อาเจียน หอบเหนื่อย ซึม ชัก หรืออาการแย่ลง ต้องรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที ในกรณีผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่ให้หยุดงานเป็นเวลา 7 วันเช่นกัน
  • ควรปรึกษาแพทย์ เมื่อมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • ตุ่มน้ำ กลายเป็นตุ่มหนองหรือพุพองจากการเกาให้แพทย์พิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะรักษา
  • มีอาการเจ็บแผลในปาก จนกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย
  • มีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนรุนแรง ไม่ค่อยรู้ตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

การคุ้มครองป้องกันตนเองจากโรคมือเท้าปาก

  • สำหรับเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและก็สบู่ทุกคราวข้างหลังการขับถ่าย ก่อนรับประทานอาหาร หรือเมื่อสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย
  • สำหรับผู้ที่คอยทำหน้าที่ดูแลเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและก็สบู่ทุกหนก่อนการเตรียมอาหาร ก่อนกินอาหาร รวมทั้งหลังการขับถ่าย และก็ข้างหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก ข้างหลังการช่วยล้างตูดให้แก่เด็กตัวเล็กๆที่พึ่งถ่าย หรือสัมผัสกับสิ่งคัดเลือกหลั่งของเด็ก อย่างเช่น น้ำมูก น้ำลาย
  • ให้ลูกหลานหลีกเลี่ยงการเล่น หรือคลุกคลีกับเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก
  • ไม่นำเด็กตัวเล็กๆไปในที่ที่มีคนอยู่เยอะมาก ดังเช่นว่า ห้าง ตลาด สระว่ายน้ำ รวมทั้งควรให้อยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ในช่วงที่มีการระบาดของโรคมือเท้าปากในพื้นที่
  • เลี่ยงการใช้สิ่งของ ดังเช่นว่า แก้วน้ำ หลอดดูด ขวดที่เอาไว้ใส่สำหรับนม ช้อนชาม เสื้อผ้า ผ้าขนหนู ของเล่นเด็ก เป็นต้น  ร่วมกับคนอื่นโดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรคนี้
  • ฝึกเด็กให้มีสุขนิสัยที่ดี รวมถึงหลบหลีกการใส่นิ้วมือหรือของเล่นเด็กเข้าปาก
  • ทําความสะอาดพื้น เครื่องใช้สอยเสื้อผ้าที่บางทีอาจปนเปื้อนเชื้อ ด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อที่ใช้ทั่วๆไปภายในบ้าน
  • พ่อแม่ผู้ปกครองช่วยตรวจทานอาการของบุตรหลานแต่ละวัน ถ้าเกิดมีแผลในปากหลายแผล โดยเฉพาะถ้าเกิดเจ็บมากมายจนกระทั่งทำให้ไม่ค่อยกินอาหาร ให้ช่วยแจ้งแก่สถานศึกษาเพื่อให้มีการดำเนินการควบคุมโรคที่เหมาะสม
  • สำหรับพ่อแม่ผู้ดูแลที่จะพาบุตรหลานที่เป็นเด็กตัวเล็กๆไปที่ต่างประเทศที่มีการระบาด สามารถเดินทางได้ตามธรรมดา โดยให้ปฏิบัติตัวตามสุขลักษณะที่ดี เลี่ยงพาลูกหลานไปสถานที่แออัด รวมทั้งถ้าบุตรหลานมีลักษณะป่วยที่สงสัยโรคมือ เท้า ปาก ให้พาไปพบแพทย์


สมุนไพรที่ใช้รักษา/ทุเลาลักษณะของโรคมือเท้าปาก สมุนไพรที่สามารถประยุกต์ใช้บรรเทาลักษณะโรคมือเท้าปากนั้นมีดังนี้ ถ้าเกิดมีแผลในปากก็สามารถใช้กลีเซอรีนพญายอหยอดรอบๆแผลได้ เนื่องจากในใบพญายอมีสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้นรวมทั้งไม่มีอันตราย ไม่เป็นผลใกล้กัน
            สมุนไพรในโรค มือ-เท้า-ปากเป็นฟ้าทลายขโมย (Andrographis paniculata (Burm.F.) Nees.) เป็นงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่ทำในประเทศจีน โดยนักค้นคว้าได้สกัดสารสำคัญของฟ้าทลายมิจฉาชีพรวมทั้งทำให้อยู่ในลักษณะของยาฉีดหมายถึงAndrographolide Sulfonate injection
งานค้นคว้านี้ทำในเด็กที่เป็นโรค มือ-เท้า-ปาก อายุ 1-13 ปี จำนวน 230 คน โดยแบ่งเป็น 2 กรุ๊ป กรุ๊ปแรกจะได้รับการรักษาแบบแผนเดิมร่วมกับ สารสกัดฟ้าทะลายโจรในรูปแบบบาฉีด (Andrographolide Sulfonate injection) อีกกลุ่มจะได้รับการรักษาแบบแผนเดิม โดยติดตามผล 7-10 วัน ผลการศึกษาเรียนรู้พบว่า กลุ่มแรกจะพบอาการแทรกแบบรุนแรงน้อยกว่ากลุ่มลำดับที่สองอย่างเป็นจริงเป็นจัง นอกนั้นยังมีผลให้ไข้ลดลงได้เร็วขึ้น ทำให้แผลที่ผิวหนังแล้วก็แผลในปากหายมากยิ่งกว่ากลุ่มสุดที่รักษาแบบแผนเดิม และไม่พบการตายรวมทั้งผลกระทบที่รุนแรงในกลุ่มทดลองอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • ดร.ภก.ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์.โรคมือเท้าปากในเด็ก.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาจุลชีววิทยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Chang L, Lin T, Huang Y, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie-virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998. Pediatr Infect Dis J 1999;18(12): 1092-6.
  • Abzug MJ. Hand-Foot-and-Mouth Disease. Kliegman: Nelson Textbook of Pediatrics, 19th ed.
  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.โรคมือ-เท้า-ปาก.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 326.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.มิถุนายน.2549
  • โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-Food-and-Mouth Disease; HEMD) และโรคจากเชื้อ Enterovirus 71 (EV-71) .หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป “โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-foot-and-mouth-disease)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 1121-1123. http://www.disthai.com/
  • Alsop J. Hand-foot-and-mouth disease in Birmingham in 1959. Br Med J 1960;2:1708.
  • Shelley WB, Hashin M, Shelley ED. Acyclovir in the treatment of hand-foot-and-mouth disease.Cutis 1996;57:232-4.
  • โรคมือ เท้า ปาก พ.ศ.2555. หมอชาวบ้าน(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • Ho M, Chen E, Hsu K, et al. An epidemic of enterovirus 71 infection in Taiwan. N Engl J Med 1999; 341(13): 929-35.
  • Jennifer CH, Antoinette FH. Hand-food-and-mouth disease. In: Freedberg IM, Eisen AZ, editors. Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine. 5th ed. New York: McGraw-Hill; 1999. p. 2403-7.
  • สมุนไพรที่เคยมีการทำวิจัยในโรคมือเท้าปาก.อภัยภูเบศสาร.ปีที่ 12 .ฉบับที่133.กรกฎาคม.2557
  • Luan YC, Tzou YL, Yhu CH, Kou CT, Shin RS, Ming LK, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998.Pediatr Infect Dis J 1999;18:1092-6.
  • Robinson CR. Report on an outbreak of febrile illness with pharyngeal lesions and examthem. Toronto, Summer 1957-isolation group A Coxsackie virus. Can Med Assoc J 1958;79:615.
  • Theokiss Z, Joel DK. Enterovirus infection. Pediatrics in Review 1998;19:183-91.
  • พญ.ชนิกานต์ คีรีวิเชียร,พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ.โรคมือเท้าปาก (Hand-Food-and-Mouth-Disease).คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.กันยายน 2545.หน้า 1- 9
  • โรคมือเท้าปาก-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก