ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 06:46:22 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3215
    • ดูรายละเอียด

1. ประเทศเปรู (Perú) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เปรู เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงเป็น ‘กรุงลิมาง เป็นใจกลางของประเทศ พื้นที่ในประเทศ จำนวนมากเป็นที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาแอนดิสพาดผ่านขนานกับริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค ซึ่งแบบทำเลที่ตั้งได้เป็น 3 แบบ ตัวอย่างเช่น พื้นที่ริมตลิ่งหรือโกสตา (Costa) ด้านตะวันตก เป็นที่ราบแคบ แล้วก็แล้ง เว้นเสียแต่รอบๆซอกเขา ซึ่งมีสาเหตุมาจากแม่น้ำตามฤดูกาล เขตที่สูง หรือ เซียร์รา (Sierra) เป็นภูมิภาคประเทศบนเทือกเขาแอนดีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ราบสูงอัลตีปลาโน เขตป่ารกทึบ หรือเซลบา (Selva) เป็นที่ราบกว้างใหญ่ ปกคลุมด้วยพื้นที่ของป่าดิบชื้นอเมชอน สถานที่เที่ยวที่ควรจะไป ซาก มาจูปิจู (Machu Picchu), จุดชมวิว (Huayna Picchu), เขาเรนโบว์ Cerro Colorado Vinicunca
2. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เอกวาดอร์ เป็นประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ Ecuador เป็นภาษาประเทศสเปน ตรงกับคำว่า Equator ในภาษาอังกฤษ แสดงว่า เส้นศูนย์สูตร การตั้งชื่อเช่นนี้เป็นเพราะว่าประเทศเอกวาดอร์ตั้งอยู่รอบๆเส้นศูนย์สูตรพาดผ่าน ทำให้ทั่วทั้งประเทศโดนแสงแดดสุดกำลังทั้งปี แม้กระนั้นลักษณะอากาศในแต่ละพื้นที่ก็นาๆประการ ซึ่งแบ่งได้ 3 ลักษณะ เป็น พื้นที่เทือกเขา ป่าฝน แล้วก็ชายฝั่งทะเลแปซิฟิค ประเทศเอกวาดอร์เป็นที่รู้จักทางด้านสถานที่เที่ยวไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ว่าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเป็น ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ภูเขาไฟที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงแต่ 48 กม. บนเทือกเขาแอนดีส ภูเขาไฟโกโตปักซีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่มากที่สุดในโลก และในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนภูเขาไฟที่นี้จำนวนไม่ใช่น้อย เมืองบาโญส (Banos) เป็นอีกช่องทางหนึ่งหนึ่งสำหรับนักเดินทางที่ชอบการเดินป่า รวมทั้งดูความสวยสดงดงามจของน้ำตก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าดึงดูดเป็น หมู่เกาะกาลาขว้างโกส เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์เยอะแยะหลายจำพวก เป็นหมู่เกาะกลางห้วงมหาสมุทรแปซิฟิค
3. ประเทศบรูไน (Brunei) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศบรูไน เป็นประเทศเล็กๆแม้กระนั้นมีเศรษฐกิจที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นใดในเอเชีย แหล่งท่องเที่ยวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวมีความสนใจน้อยซะงั้น แต่รับประกันได้เลยว่าทุกคนที่ได้ไปถึง เป็นจำเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับมาแน่นอน สถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูด ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑสถานบรูไน, มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน, พระราชสำนักอิสตานา นูรัล อีมาน, สวนเจรูดง, มัสยิดจาเม อาร์ ฮัสซานัล โบลเกียห์
4. ประเทศปานามา (Panamá) : ท่องเที่ยวได้ 180 วัน
ปานามา เป็นประเทศที่อยู่ทางด้านใตนสุดของอเมริกากึ่งกลาง เป็นประเทศที่เป็นตัวอย่างการบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจทีเดียว ปานามาไม่ใช่ประเทศล้าหลังที่เป็นสรวงสวรรค์ของนักฟอกเงิน ตรงกันข้าม ตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางทางด้านการเงินของละตินอเมริกา มีสถาบันการเงินระดับใหญ่ เป็นต้นทางการขนส่งตู้ผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นทางขนส่งทางยุทธศาสตร์ของทวีปอเมริกา สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด คลองปานามา, เมือง Panaviera at Ocean Sun , โบสถ์และก็วิหาร Iglesia del Carmen, น้ำตก El Chorro Macho, พิพิธภัณฑ์ BioMuseo
5. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
อาร์เจนตำหนิน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้ที่นี้ มีน้ำตกที่เลื่องลือสุดหรูหรา แนวเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ ไวน์ การเต้นระบำแทงโก้ รวมทั้งเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าตื่นเต้น นับว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสตั้งแต่เมืองหลวงที่มีมนต์เสน่ห์ ไปจนถึงเมืองอาณานิคมอันสงบเงียบ ประเทศที่ใหญ่เป็นชั้นสองในอเมริกาใต้แห่งนี้มีทัศนียภาพธรรมชาติที่นานาประการ ด้วยพื้นที่ที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้อากาศต่างๆนาๆ ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ท้องทุ่งอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย จนกว่าป่าดิบชื้น สถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่เสนอแนะว่าไม่ควรพลาดเป็น น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านเมืองบริเวณ La Boca, El Tren a Las Nubes (รถไฟไปยังเมฆ), เยี่ยมชมโรงกลั่นเหล้าองุ่น, แนวเขา Hornocal (เนินเจ็ดสี)
6. ประเทศชิลี (Republic of Chile) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศชิลี เป็นประเทศลาตินอเมริกา มีเนื้อที่ติดชายฝั่งทะเลยาวระหว่างแนวเขาแอนดีสกับห้วงมหาสมุทรแปซิฟิก มีอาณาเขตถึงประเทศอาร์เจนตินาทางทิศตะวันออก แม้ว่าประเทศชิลีจะเป็นประเทศที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่นัก แต่เรื่องความยาวประเทศนี้ขาดลอยประเทศอื่นๆในโลก ด้วยเหตุว่าเป็นเจ้าของสถิติประเทศที่ยาวที่สุดกว่า 4,300 กิโล แต่ว่ากว้างแค่เพียง 180 กิโลเมตรเท่านั้น คุณลักษณะเด่นของประเทศชิลีนั้นอยู่ตรงที่ความหลากหลายของตำแหน่งที่ตั้ง ที่มีตั้งแต่ทะเลทรายที่จัดได้ว่าแล้งที่สุด ไปจนถึงธารน้ำแข็ง รวมทั้งฟยอร์ด นอกนั้นยังมีภูเขาไฟรายล้อมอีกหลายแห่ง สมกับเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนที่ไฟ หรือ “ring of fire” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก ที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่หลายครั้ง แม้กระนั้นที่นี่ก็ยังคงเย้ายวนใจนักท่องเที่ยวอยู่ไม่ขาดสาย เนื่องจากด้านหน้าเป็นทะเลสาบและก็ข้างหลังเป็นภูเขาไฟ ทำให้ทำเลที่ตั้งนี้มีความสวยสดงดงามและก็ประหลาดตา
7. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เซเชลส์ รู้จักกันในชื่อ Paradise on Earth หรือ สรวงสวรรค์บนดินในกลุ่มนักท่องเที่ยว หมู่เกาะเซเชลส์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่บริเวณทวีปแอฟริกา มีหมู่เกาะเรียงรายกว่า 115 เกาะ ห่างจากริมตลิ่งแอฟริกาทางตะวันออก 1,600 กม. ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์ คนที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษและภาษาประเทศฝรั่งเศสได้ชำนาญด้วยเหตุว่าเคยถูกดูแลจากสองประเทศนี้ อากาศจะอบอุ่นตลอดทั้งปี ช่วงไฮฤดูกาลจะเป็นตอนๆ มิถุนายนถึงส.ค. นักเดินทางส่วนมากจะมาจากอเมริกาแล้วก็ยุโรปเป็นส่วนมาก ที่สำคัญเกาะนี้เคยเป็นที่ฮันนีมูนของเจ้าชายวิลเลียมแล้วก็เคทด้วย ที่นี่ก็มีหาดสวยๆหลายหาดร่วมกัน แต่ว่าที่เสนอแนะคือชายหาด Anse Lazio
8. ประเทศมองดูโกเลีย (Mongolia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ดูโกเลีย ดินแดนที่ธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ และท้องทุ่งที่อุดมสมบูรณ์ นอกเหนือจากมีความสะดุดตาทางด้านธรรมชาติแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของดูโกเลียอีกอย่างก็คือ ศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งผู้คนซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่นๆผู้คนแคว้นยังคงดำรงชีพแบบเรียบง่าย ก็เลยไม่แปลกใจที่ดินดินแดนแห่งนี้จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักเที่ยวจากทั้งโลก มาถึงที่นี่ทั้งทีต้องมาเยี่ยมทะเลทรายโกบี, แนวเขาอัลไต, ท้องทุ่ง Dornod Aimag, สี่เหลี่ยมจัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square) และที่พักสไตล์เกอร์
9. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
รัสเซีย ท่องเที่ยวแดนหมีขาว ที่ประสมประสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปแล้วก็เอเชียไว้ด้วยกัน ออกมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปะรัสเซีย สถานที่เที่ยวที่แนะนำคือ มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาสิล (St. Basil’s Cathedral) โดมทรงหัวหอม 9 โดมและโบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), หลุมฝังศพเลนิน (Lenin Mausoleum), พิพิธภัณฑสถานเฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่ดั้งเดิมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์ดั้งเดิมที่มีหลังคารูปโดมใหญ่เป็นชั้น 3 ของโลก
10. ประเทศวานูอาตู (Vanuatu) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
วานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในห้วงมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลียราว 1,200 กม. ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 82 เกาะ ในปริมาณนี้มีเกาะราว 65 เกาะที่ไร้คนอาศัยอยู่ รวมทั้งภาวะของเกาะโดยมากจะเป็นภูเขาสูง เนื่องด้วยเคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน รวมทั้งยังมีภูเขาไฟใต้น้ำตั้งอยู่ทั่วทุกภูมิภาคอีกด้วย เศรษฐกิจนั้นส่วนใหญ่ของวานูอาตูจะอิงกับเศรษฐกิจแบบเลี้ยงชีวิต หรือเกษตรกรรมขนาดเล็ก อาชีพที่สำคัญเป็นการประมงริมตลิ่ง มีเล็กน้อยที่ทำงานท่องเที่ยว แต่ว่าผู้ใดกันจะทราบล่ะว่ามีผลตรวจสอบออกมาว่า ที่นี่เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก
11. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศตุรกี เป็นประเทศที่งดงามด้วยมรดกโลกแล้วก็สิ่งอัศจรรย์ของโลก รวมถึงร่องรอยที่อารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ผู้คนเป็นมิตร อาหารอร่อย และก็ราคาถูกเหมือนอย่างที่คิด ประเทศตุรกีเป็นนครที่อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งตำนานรวมทั้งประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นสงครามเมืองทรอย แล้วก็ม้าไม้อันลือลั่น อิสตันบูล สถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะวัวรโปลิส เมืองเพอร์กามุม, พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปปาโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, วังปุยฝ้าย เมืองขว้างมุกค้างเล่
12. ประเทศจอร์เจีย (Georgia) : ท่องเที่ยวได้ 365 วัน
จอร์เจีย เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉใต้ของรัสเซีย อุดมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม โดยสิ่งที่เด่นของหน้าจอร์เจียคือประเทศส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนแนวเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความงามระดับนานาชาติ นักกีฬาปีนเขา หนักกิจกรรมสโนว์ชอบเดินทางไปประเทศจอร์เจียเพื่อท่องเที่ยวทั้งในฤดูหนาวแล้วก็ในฤดูใบไม้ผลิบาน หน้าจอร์เจีย เป็นที่รู้จักของคนยุโรปมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมีชื่อเสียงผ่านหูผ่านตาชาวไทยเมื่อเร็วๆนี้ ที่ประเทศนี้ให้รู้ไว้เลยว่าองุ่นและก็ไวน์นั้นนับว่าเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ แล้วก็เป็นศาสนา ไวน์ใช้ในพิธีการทุกๆอย่างในโบสถ์มาตั้งแต่สมัยก่อนศาสนาคริสต์ ลวดลายเครื่องหมายหน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญมักเป็นลายเถาองุ่น ทุกบ้านในจอร์เจียจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้าน เป็นเครื่องหมาย เป็นร่มเงา เป็นวัฒนธรรม คนภายในหน้าจอร์เจียยืนยันว่าหากไม่มีองุ่นคนหน้าจอร์เจียก็คงอยู่ไม่ได้
13. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แม้กระนั้นคนธรรมดาทั่วไปจะนิยมเรียกว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า ซึ่งตั้งอยู่ในห้วงสมุทรอินเดีย มีขอบเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของอินเดียและก็ประเทศศรีลังกา ลักษณะตำแหน่งที่ตั้งนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือถึงใต้ ทำให้เกิดลักษณะพื้นที่ที่มีความงามและก็เอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีหมู่เกาะถึง 1,990 เกาะอย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นมีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่เพียงแค่ไม่ถึง 250 เกาะแค่นั้น และก็ในหมู่เกาะต่างๆกว่า 100 เกาะมีการพัฒนาแล้วก็สร้างให้เป็นสถานที่เที่ยวแล้วก็รีสอร์ทเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว
14. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
ประเทศพม่า หรือ ภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากมาย นับได้ว่าเป็นมุกเม็ดสวยของทวีปเอเชียที่พึ่งเผยโฉมให้พวกเรามองเห็นความงดงามกัน ซึ่งประเทศนี้ก็ได้แอบซ่อนความงดงามเอาไว้เยอะแยะ อีกทั้งสถาปัตยกรรม วัด ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ มีป่าเขาแล้วก็ทะเลที่สวยสดงดงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ เป็นต้นว่า พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, พระบรมสารีริกธาตุอินทร์แขวน, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เจดีย์กุไม่มีแฟนอว์, เมืองประเทศพม่า, หาดทรายงาปาลี, ภูเขาโปปา, เมืองพินอูลวิน, หาดทรายฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักเดินทางนิยมท่องเที่ยวชมก็คือ เมืองย่างกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพม่า, เมือง Thandwe รัฐยะไข่ นั่นเอง เชื่อเถอะว่าคนใดกันได้เห็นภาพความงามของประเทศนี้เป็นต้องชอบ
15. ประเทศกาตาร์ (Qatar) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
กาตาร์ รัฐเล็กๆทางแหลมอาระเบียออกไปในอ่าวอิหร่าน พื้นที่ประเทศมีรูปร่างคล้ายไข่มุก จึงถูกเรียกชื่อว่า “ไข่มุกที่อิหร่าน” เป็นประเทศที่ชาวยุโรปและก็ชาวประเทศฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่พอใจมาดำเนินงาน เพราะเหตุว่าได้เงินเดือนดีมากมาย มีทรัพยากรน้ำมันรวมทั้งปิโตรเลียมซ่อนอยู่อย่างมหาศาล ก็เลยถูกจัดอับดับว่ายอดเยี่ยมในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เศรษฐกิจของกาตาร์ขึ้นอยู่ภาคพลังงานเป็นหลัก ทั้งยังยังเป็นประเทศที่มีแหล่งปิโตรเลียมสำรองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและประเทศอิหร่านอีกด้วย ลักษณะภูมิประเทศส่วนมากจะเป็นทะเลทราย จึงมีความแห้งแล้ง รวมทั้งอาจเกิดพายุทรายได้ทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน (อุณหภูมิสูงถึง 50 องศา) ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังกาตาร์ปริมาณไม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://sunshinesolar.org

Tags : sunshinesolar